[Fic BigBang] Asia is V.i.P :: 1
posted on 11 Jan 2008 18:42 by pockkybox:: ฟิคเรื่องนี้ บางคนอาจจะเคยอ่านแล้วนะคะ .. เพราะเคยลงไปแล้วในบ้านไร่ ( แต่ยังไม่จบนะคะ ในบล๊อคกับบ้านไร่จะจบพร้อมๆกัน ) ขอโทษที่ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิด ::
.. ทำความเข้าใจกันก่อนอ่าน ..
ตัวอักษรสีน้ำเงิน คือ ภาษาไทย , ตัวอักษรสีเขียวคือภาษาเกาหลี
ตัวอักษรสีม่วง คือ ภาษาอังกฤษ, ตัวอักษรสีเทา คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว
.
.
.. Asia is V.i.P..
แกร็กๆ
“ ชิดในด้วยพี่ๆ ชิดในหน่อยสิคะ คนข้างหลังจะได้ยืนได้ “ หญิงสาวผู้มีหน้าที่เป็นคนเดินตั๋วรถประจำทางตะโกนเสียงดังตั้งแต่ช่วงหัวรถยันท้ายรถ ในมือบางถือกระบอกอลูมิเนียมแท่งยาวสามารถเปิดได้ข้างในบรรจุเหรียญ 1 บาท 2 บาท 5 บาทและ 10 บาท ไว้เกือบเต็มกระบอกแถมยังมีตั๋วรถต่างราคาอีก2-3ม้วน ร่างบางค่อนข้างสูงเล็กน้อยเดินเบียดไปตามผู้คนที่อันแน่นราวกับปลากระป๋องที่อัดกันอยู่ กว่าคนจะหมดหรือลดจำนวนลงก็ปาไปเกือบดึกแล้ว สายรถที่เธอทำเป็นประจำมักเป็นที่นิยมเหลือเกินสำหรับคนกรุงเทพ เธอต้องทำงานเดินตั๋วรถในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์หรือช่วงวันหยุดราชการ หญิงสาวเดินไปนั่งข้างๆคนขับที่ดูยังไงก็เกือบจะรุ่นเดียวกับพ่อเธอแล้ว หญิงสาวเลยตัดสินใจเรียกลุงตามความรู้สึก....ผู้ที่เป็นคนขับหันมามองร่างบางที่นั่งเช็ดเหงื่ออย่างเหน็ดเหนื่อย
“ เอ...เหนื่อยมั้ยลูก ??..ใกล้ถึงอู่แล้ว “ ชายวัยกลางคนที่ค่อนข้างไปทางเกือบสูงอายุหันมาถามเสียงด้วยเป็นห่วง
“ ไม่คะลุง...เอ ไม่เหนื่อยหรอก ชินแล้วหละคะ “ หญิงสาวหันมายิ้มกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นยืนไปเก็บผ้าม่านที่ห้อยระย้าไม่เป็นระเบียบ มือบางรวบผ้าม่านไปอย่างใจเย็นจนหมด
รถประจำทางก็จอดตรงอู่พอดี เธอก้าวลงจากรถเดินไปยังห้องผู้ตรวจตั๋ว เพื่อเช็กเงินและตั๋วที่ใช้และได้ในแต่ละวัน หญิงสาวเดินไปอย่างคุ้นเคยที่ห้องเล็กที่มีแต่วัยกลางคนนั่งกันอยู่ไม่ถึง 5 คน ใช้เวลาไม่นานเธอก็ก้าวออกจากห้องเล็กนั้นเดินตรงไปยังทางออกของอู่...วันนี้คงเป็นอีกวันที่เธอนอนหลับเป็นตายก็ว่าได้ ทำงานมาตั้งแต่เช้ายัน4ทุ่ม แล้ววันนี้แถมเป็นวันอาทิตย์อีก หญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนจะเอามือขยี้หัวตัวเองเบาๆ อันที่จริงเธอก็ชินแล้วกับงานที่ทำอยู่ เพราะเธอทำเป็นแค่งานอดิเรกเท่านั้น งานประจำของเธอคือเรียนหนังสือ ปีนี้ปีสุดท้ายแล้วที่เธอจะจบ เธอต้องทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆเพื่อไปประเทศที่เธอใฝ่ฝัน ออสเตรีย...หลายๆคนมักสงสัยทำไมเธอไม่หางานที่ดีกว่านี้ ทำไมต้องมาเป็นกระเป๋ารถเมล์ หญิงสาวชอบให้เหตุผลที่ว่า
“ เป็นกระเป๋ารถเมล์ไม่ดีตรงไหน ? สนุกดีออก ได้เห็นผู้คนเยอะเยะแถมเป็นงานที่ท้าทายด้วยนะ “
ใครจะไปเชื่อว่าผู้หญิงร่างบางอย่างเธอจะทำงานสารพัด ทำตั้งแต่เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น รับแปลภาษาเยอรมันที่เธอถนัด ยันเป็นกระเป๋ารถเมล์ หลายครั้งที่เธอต้องเจอกับเพื่อนร่วมคณะแต่เธอก็ไม่อายหรอกที่เธอเลือกทำอาชีพเหล่านี้
เอเชีย ....หญิงสาวคณะอักษรศาสตร์ ภาคภาษาเยอรมัน-อังกฤษ นิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดังของกรุงเทพ เธอเป็นหญิงสาวที่ธรรมดาในการดำรงชีวิตง่ายๆ ไม่ใช่ลูกคนเด่นคนดังอะไรเลย เธอเสาะหาความใฝ่ฝันที่เธอเรียกร้องมาทั้งชีวิตที่เธอเกิดมา ...เอเชีย ชื่อนี้อาจแปลกอยู่สักหน่อย แต่อาจจะตรงกับรูปร่างหน้าตาเธอเลยก็ว่าได้ หญิงสาวที่สูง 167 ซม. น้ำหนักก็แค่ 49 กก. ผิวเกือบขาว ผมสีดำสนิทตัดกับสีนัยตาที่ออกจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ตากลมโต จมูกที่เป็นสันเล็กน้อยรับกับปากที่เป็นรูปกระจับสวย.... เธอเป็นที่หมายปองสำหรับใครหลายๆคน โดยพื้นฐานนั้นเธอเป็นคนที่เรียนเก่ง ร่าเริงจนไปถึงขั้นโก๊ะ ซุ่มซาม จึงทำให้เธอเป็นที่สนใจของบุคคลรอบข้างเสมอ เอเชีย ไม่ใช่คนสวยหลายคนยอมรับแต่เธอเป็นคนน่ารักคนหนึ่งเลยที่เดียว...ถ้าเทียบกับดาวคณะนั้น เธอสู้ได้เต็มๆกับความร่าเริงของเธอ...
.
.
Korean ..
“ เอ๊า !! นี่ตารางงานที่จะไปทำที่เมืองไทย “ ผู้จัดการประจำวงยื่นแผ่นกระดาษให้กับเด็กหนุ่มหัวจุกที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องพัก แล้วก็เดินออกไปนอกห้องทันทีเมื่อทำหน้าที่ประจำวันเสร็จสิ้น เด็กหนุ่มหัวจุกพลิกกระดาษไปมา ก้มหน้าอ่านอย่างตั้งใจ จนทำให้คนที่เดินมาจากประตูห้องพักต้องยื่นหน้าไปอ่านด้วยความสงสัย
“ อะไรกัน....จียง งานมันน้อยกว่าที่ฉันคิดอีก “ เสียงห้าวของเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันพูดขึ้นมา ทำให้เจ้าของชื่อที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวงหันไปมองชายหนุ่มหัวเกรียน
“ เอ่อออ นั้นสิ !! คิดๆอยู่ว่าเราไปอยู่หลายวัน แล้วงานมันน้อยสงสัยจะได้ไปเที่ยวมั่ง ~ “
“ โห ~ ~ อะไรกันพี่จียง คิดจะไปเที่ยวแล้วหรอ ?? “ เสียงเด็กหนุ่มน้องเล็กของกลุ่มดังแว่วขึ้นมาจากห้องครัว เสียงแกร็งๆ ดังมาเป็นระยะๆบ่งบอกว่ากำลังล้างจานที่พี่ๆกินทิ้งไว้ตั้งแต่เย็น
“ นั้นสิ ! เราจะไปไหนดีหละ....แดซองมานี่สิ !! “ เสียงทุ้มใหญ่ของชายหนุ่มรุ่นพี่ดังออกมาจากห้องนอนเรียก หนุ่มน้อยตาสระอิ....เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบาๆก่อนจะถอนหายใจแรง ลุกขึ้นจากพื้นที่มีฟูกปูอยู่หน้าโทรทัศน์ราคาแพง
“ ให้ตายสิ....พี่ท๊อป มีอารายยยย “ หนุ่ยน้อยตาสระอิลากเสียงยาวๆพร้อมลากตัวเองเข้าห้องนอนเดี่ยวของคุณชายประจำวง
“ หืม ~ แดซอง.....ฉันปวดหลัง เหยียบให้หน่อยสิ “ ชายหนุ่มร่างสูงหนาหัวเกรียนคิ้วถาก นอนครางเสียงใหญ่อยู่บนเตียงนุ่ม เมื่อเท้าหนาของหนุ่มน้อยสระอิเหยียบย่ำไปที่หลังของพี่ใหญ่ในวง......
“ พี่ฮะ........พอยัง ผมเหนื่อยแล้วนะ พี่ฮะ พี่ท๊อป !! “ เท้าหนาเลื่อนออกจากแผ่นหลังกว้างทันทีที่เจ้าของร่างนั้นเงียบลงไปในไม่กี่นาทีที่แล้ว แดซองก้าวเดินมาอีกด้านที่หน้าคมหันไป เด็กหนุ่มก้มดูใบหน้าคมจัดทันที ตาที่ดุราวเหล็กกร้าวปิดสนิท คิ้วที่ถากแค่หนึ่งข้างขมวดเล็กน้อยพร้อมเสียงลมหายใจเบา บ่งบอกว่าเจ้าของร่างหนานั้นหลับไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงยิ้มตาปิดอีกครั้งแล้วใช้มือหนาคลี่ผ้าห่มคลุมตัวพี่ชายคนโตไว้ ประตูห้องนอนเล็กค่อยๆปิดลงเบาๆ เด็กหนุ่มพาร่างของเขามาทรุดตัวลงฟูกหน้าโซฟาตัวยาวของบ้านอีกครั้ง จียงนั่งเงียบไปสักพักจึงลุกขึ้นเดินไปหาน้องเล็กในห้องครัว
“ นายทำอะไรตั้งนาน........เอ๊ะ ! ซึงริ ~ ~ “ ร่างเล็กของ จียง ย่างก้าวมาในครัวกลับต้องชะงักเมื่อเห็นน้องเล็กของวงฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าว จียงยิ้มน้อยๆก่อนจะเดินออกมาจากครัว แล้วยืนพิงกำแพงอยู่ตรงทางเข้าครัวที่ตรงกับห้องโถงกลาง มือเรียวกวักมือเรียก ยองเบ เพื่อนรวมวงที่เขาสนิทมานานนับตั้งแต่เป็นเด็กฝึกหัดของค่าย Y.G เด็กหัวเกรียนเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะลุกเดินตาม จียงเข้าไปในครัว...........คน2คนกำลังพยุงร่างสูงผอมออกจากห้องครัวไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขาและจียงที่อยู่ติดกับห้องโถงกลาง แดซองยิ้มตาหยี่ทันทีเมื่อเห็นภาพนี้ สภาพซึงริถูกพี่ๆหิ้วปีกลากเข้าห้องนอน น้องเล็กของวงคงเหนื่อยกับภาระกิจทั้งนอกบ้านและในบ้าน
เสียงพูดคุยเบาๆค่อยๆดังออกมาจากห้องนอน จียงและยองเบกำลังพูดคุยถึงการใช้งานน้องเล็กมากเกินไป แดซองหันกลับมามองร่างหนากับร่างเล็กพูดคุยกัน แล้วพวกเขากำลังเดินมานั่งโซฟาตัวยาว.....
“ แดซอง...ฉันไปนอนก่อนนะ นายปิดไฟด้วยละ “ ยองเบอ้าปากหาว ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้งเดินตรงไปยังห้องนอนเล็กที่มีเขาและแดซองเป็นเจ้าของ แดซองพยักหน้าเนิบๆอย่างรับรู้ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิทลง เด็กหนุ่มตาสระอิ หันหลังกลับไปมองผู้เป็นหัวหน้าวง กำลังนั่งเขียนอะไรยาวยืดบนสมุดฉีกเล่มหนา แดซองเห็นภาพนี้จนชินและรู้ด้วยว่าชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังเขากำลังเขียนอะไรลงในแผ่นกระดาษนั้นถ้าไม่ใช่เนื้อเพลง ..มือหนาคว้าตุ๊กตาโดราเอมอนตัวโปรดมากอดให้สมใจก่อนจะนำมาหนุนหัวแทนหมอน
.
.
Thailand ..
แสงแดดอุ่นๆกระทบแขนขาวเนียนของหญิงสาวที่เดินด้านลมหนาวของเดือนธันวา ผมยาวดำสนิทพริ้วไปตามลมเบาก่อนจะชะงักเมื่อมีมือปริศนามาแตะไหล่บางนั้น เอเชียค่อยๆหันไปมองของเจ้ามือปริศนานั้น ดวงตาเปร่งเป็นประกายทั้นทีเมื่อรู้ว่าคนทีเดินตามหลังเธอนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ...แต่กลับเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่เรียนมัธยมปลายมาด้วยกัน ...ชลันธร หรือ มิน หญิงสาวที่เรียนคณะเดียวกับเธอแต่กลับเรียนคนละภาคภาษา มินเรียนเอกภาคภาษา เกาหลี-ญี่ปุ่น ผิดกับเอเชียเลยที่เธอเลือกเรียนภาษาทางยุโรป
“ ยายมิน ฉันตกใจนะที่เธอมาเงียบๆแล้วเล่นมาจับไหล่กันแบบนี้ “ เอเชียยิ้มกว้างทันทีเมื่อเพื่อนสาวหัวเราะชอบใจที่สามารถแกล้งเธอได้
“ เอ๊าๆ ถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้ว เธอจะตกใจหรอ ? คริๆ เอ.....ไปกินข้าวเถอะ ฉันหิว ~ “ หญิงสาวสูงโปร่งจับไหล่บางอีกครั้งพร้อมบีบเบาๆไปตามต้นแขนของเพื่อนสนิท จนเอเชียเหล่ตามองอย่างล้อเลียน
“ กินอะไรละ ? ฉันเบื่อกับข้าวใน ม. เต็มที่แล้วหละ “ หญิงสาวทำหน้าเบ้ก่อนจะใช้มือรวบผมหลวมๆไม่ให้ผมที่ยาวกระจายไปตามแรงลมมากกว่านี้
“ อืมมมม สเต็กดีมั้ย ? สามย่างไงข้ามถนนก็ถึง ...เอ ไปกินกันเถอะนานแล้วนะที่เราไม่ได้ไปกินร้านนั้น “ ชลันธรรวบหนังสือที่อยู่ในมือขึ้นมาแนบกับอกของเธอ จนทำให้คนที่มองอยู่อย่างเอเชียนึกขำกับท่านั้นของ มิน ที่ชอบหอบหนังสือเป็นตั้งๆมาเรียนด้วยทุกที เอเชียพยักหน้าเบาๆก้อนจะคว้ากระเป๋าใบเล็กของ ชลันธรมาถือไว้ในมือ
“ ฉันช่วย ..ทำไมเธอถึงไม่ซื้อกระสอบมาใส่หนังสือเรียนเลยหละมิน....ฉันเห็นเธอหอบหนังสือพวกนี้ทีไร ฉันละเหนื่อยแทน จริงๆนะมิน “ เอเชียเดินนำไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว เหลียวหลังหันมามองเพื่อนสนิทวิ่งตามเยาะมาเดินข้างๆ ชลันธร ยิ้มบางๆก่อนจะโกยหนังสือรวบกับอกอีกรอบ
“ ฉันก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่าจะไปซื้อกระสอบป่านมาใส่ไอหนังสือเรียนพวกนี้ ฉันน่าจะเรียนภาษาเยอรมันแบบเธอนะ เพราะฉันจะได้ไม่ต้องแบบหนังสือเกาหลี-ญี่ปุ่นให้หนักเล่น “ เอเชียหัวเราะในลำคอก่อนจะยิ้มหวานให้เพื่อนสนิท มิน สูงกว่าเธอไม่มากนักแต่ก็จัดว่าสูงถึง 170 ซม. ร่างโปร่งของมินทำให้เธอดูผอมกว่าเอเชีย ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลอมแดงกระทบกับแสงแดดยามบ่านจนเป็นเงาสวย หน้าหวานซีดตามสไตร์ของมินทำให้หนุ่มๆหลงมานักต่อนักแล้ว แต่ส่วนมากมักเป็นเด็กรุ่นน้องที่มาหลงกับดับของเธอ มินเคยพูดเชิงตลกบ่อยๆว่า
“ยังไงหญ้าอ่อนก็เคี้ยวง่ายกว่าหญ้าแก่ ....อีกนัยหนึ่ง เด็กๆมักหลอกง่าย “ มินชอบใช้เหตุผลนี้บอกกับเอเชียเป็นประจำเมื่อเธอตกลงปรงใจคบกับเด็กปี 1 รายล่าสุด
ร้านสเต็กสามย่างอยู่ไม่ห่างจากที่เรียนเลย แค่ข้ามถนนก็ถึงร้านแล้ว หญิงสาวทั้ง 2 คนเลือกโต๊ะริมกระจกที่ว่างอยู่ แล้วสั่งอาหารที่ต้องการในเวลาไม่กี่นาทีต่อมาทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเธอสั่งก็อยู่ตรงหน้า มิน เงยหน้ามองจอโทรทัศน์ที่ทางร้านเปิด ช่องเคเบิ้ล TV. รายการ MTV Thailand ..กำลังเปิดเพลงของนักร้องกลุ่มชื่อดังเกาหลีอยู่ ทำให้ มินวางส้อมและมีดลงกับจาน ตาเปล่งเป็นประกายราวกับความหวังใกล้เข้ามาทุกที เอเชียเอียงคอมองหน้าเพื่อนสาวแล้วเงยไปมองภาพกลุ่มคนในทีวี.ตรงหน้า
“ นี่ๆ หล่อน จะกินสเต็กหรือกินผู้ชายในทีวีอะ ..ยัยมินๆ “ เอเชียเอื่อมมือไปสะกิดหลังมือของ มินเบาๆก่อนจะหันไปมองภาพในทีวีอีกครั้ง มองยังไงก็ไม่คุ้นหน้า สงสัยเป็นเด็กเกาหลีหรือญี่ปุ่นแน่ๆ เอเชียคิดไปพร้อมๆกับหั่นชิ้นเนื้อตรงหน้าอย่างพอดีคำ
“ อ่า ..จบซะแล้ววว อยากดูอีกอะ เอเชีย เธอไม่รู้จักหรอ ?? ว่าพวกเขาเป็นใคร ? “ ชลันธรหันกลับมามองเพื่อนสาวตรงหน้าที่ไม่ได้สนใจกลุ่มนักร้องโปรดของเธอใน ทีวี เมื่อครู่นี้
“ หืมม ใคร ?ละ ฉันไม่รู้จัก เธอชอบหรอ ? เห็นยังเด็กอยู่เลยเหอะ “ เอเชียยังคงเคี้ยวชิ้นเนื้ออยู่ จนมินยิ้มบางๆมาให้เพื่อนสนิทที่ไม่เคยสนใจพวกนักร้องทางเกาหลีหรือญี่ปุ่นเลย
“ พวกเขาเป็นเด็กเกาหลี อืม BigBang หน่ะ เอ ..น้องๆเก่งนะ วันมะรืนนี้เค้าจะมาไทยแล้ว “ น้ำเสียงสดชื่นของมิน ทำให้หญิงสาวอย่าง เอเชียต้องขมวดคิ้วตาม
“ อะไรกัน เด็กๆเกาหลีพวกนั้นมันมีอิทธิพลต่อใจสาวไทยได้ขนาดนี้เชียวหรอ ?? “ เอเชียพูดไปแบบนั้นเพราะไม่รู้จะตั้งคำถามยังไงกับคนกลุ่มนี้ มินชอบมากกับพวกนักร้องทางเอเชีย ยิ่งเด็กเกาหลีแล้วช่วงนี้จะเป็นอะไรที่บูมมากเป็นพิเศษ และดูเหมือนว่า งานครั้งนี้เพื่อนสาวตัวดีก็คงไม่พลาดอีกเช่นเคย คงไม่ยืนแง่วๆที่สนามบินตั้งตาคอยหนุ่มๆพวกนี้มาเหยียบเมืองไทย มินก้มมองลงในกระเป๋าถือใบเล็กก่อนจะล้วงมือลงไปหยิบกระเป๋าตังใบโปรด พร้อมหยิบรูปมาใบเล็กมา 2 ใบ รูปใบแรกคือ เด็กหนุ่มที่นับรวมแล้วมี 13 คน อันที่จริงกลุ่มนี้ เอเชียเคยเห็นมาหลายครั้งแล้ว เพราะช่วงนั้น มินนี่จะคลั่งป็นพิเศษที่พวกนั้นมาไทย
มินใช้นิ้วชี้กระแทรกเบาๆไปที่รูปเด็ก 13 คนที่ยืนบ้างนั่งบ้าง ตรงไปที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก กับสีผมที่แปลกตา ผมสีส้ม ที่เอเชียมองยังไงเด็กคนนี้ก็หน้าเหมือนไก่ผสมลิงอยู่ร่ำไป นั้นคือ เด็กที่ มิน ชอบที่สุดในบรรดาเด็กหนุ่มเกาหลีทั้งหมด รูปใบต่อมา เป็นเด็กหนุ่ม 5 คนที่ มินบอกเมื่อครู่ว่าจะมาไทยในไม่ช้า เด็กแต่ละคนกับท่าทางเทห์ๆ ทำให้เอเชียต้องก้มไปดูอย่างใกล้ มิน ชี้ไล่ไปทีละคน ตั้งแต่เด็กที่มัดจุกบนหัว เด็กหัวเกรียนใส่แว่นโตสีสดที่เลื่อนลงมาจนมองเห็นคิ้วที่ถาก1ข้าง (( ทำไมต้องคิ้วถากด้วยละ ?? เอเชียเริ่มขนวดคิ้วตาม ))ต่อด้วยเด็กผู้ชายกับหมวกใบเก๋ ข้างๆนั้นเป็นเด็กร่างผอมใส่เสื้อลายสก๊อตแขนกุดที่ยืนยิ้มหวานอยู่ และคนสุดท้าย มินขอนำเสนอสุดๆ เด็กผู้ชายที่ยิ้มจนตาหยี่จนปิด รอยยิ้มกว้างที่เห็นเขี้ยวเล็กๆ ทำให้เอเชียต้องยิ้มไปพร้อมรูปนั้นทันที เสร็จจากรูปนี้แล้วมินถึงกับยิ้มกว้างแล้วเก็บรูปลงกระเป๋าอย่างระวัง มือบางเลื่อนมาจับซ้อมและมีดตามลำดับ ปากบางได้รูปเคี้ยวไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบนัก
เอเชียขยับตัวไปมารอเวลาที่มินกินเสร็จ เสีงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้มือบางต้องล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าโทรศัพท์เครื่องน้อยถูกยกมาแนบกับหูได้ไม่กี่นาทีก็ต้องลดระดับมาวางไว้บนโต๊ะ เอเชียถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าอีกครั้ง
“ มีอะไรหรอ ? เอ “ มินรวบส้อมกับมีดวางอย่างเรียบร้อยก่อนจะกระดกน้ำตาม
“ เปล่าหรอก แค่วันศุกร์ฉันต้องไปทำงานกะเย็นอะ เห้อ ~ “ เอเชียยังคงถอนหายใจเรื่อยๆก่อนที่ มือบางจะมาเตะหลังมือของเธอ
“ เอาน่า เอ สู้ๆ เพื่อความฝันของเธอ เอ๊ะ.....วันศุกร์งั้นหรอ ? “ ชลันธรทำตาโตอย่างกับมีเรื่องคอขาดบาดตายทำให้เอเชียสะดุ้งตกใจไปด้วย
“ อืมม ทำไมหรอ มิน มีอะไรทำไมต้องทำท่าตกใจแบบนั้น - - ‘ “ เอเชียมองหน้าคนตรงหน้าที่ทำหน้าเก้อ
“ โอ๊ยย แล้วฉันจะไปสุวรรณภูมิกับใครละ.....เอ น้องๆที่ฉันบอกเขามาวันศุกร์นี้ ช่วงบ่ายด้วย....งื่อๆ เอ เธอต้องไปทำงานใช่ใหม่ ? “ ตาเล็กหรุบมองต่ำไปยังโต๊ะ ทำให้เอเชียถอนหายใจเฮื่อกใหญ่
“ แค่นี้เอง นึกว่าอะไร ? เธอก็ไปสิ มิน....ฉันต้องไปทำงานแทนพี่เขาเมื่อกี้ทางสายรถเขาโทรมาบอก วันเสาร์เด๋วค่อยเจอกันก็ได้....”
“ ยัยเอ วันเสาร์ฉันไปดูคอนที่เซ็นทรัลเวิลด์ งานของคลื่นเวอร์จิ้นอะ เธอไปนะๆ ฉันเก็บบัตรเผื่อเธอแล้ว “
“ หืมม อะไรวันเสาร์หรอ ? ไม่ได้หรอกมิน ฉันต้องลาล่วงหน้าเลยนะ ถ้าเป็นวันอาทิตย์อะพอได้ ฉันได้ลาตั้งแต่วันนี้...”
“ ยัยเอ......งั้นวันเสาร์ฉันมานอนกับเธอเพราะวันอาทิตย์ฉันจะพาเธอไปต่อแถวงานมีตแจกลายเซ็น ตกลงนะเอ “
“ เง้อออ ไม่เอาหรอก ลายเซ็นอะไรกันฉันไม่ไปต่อด้วยหรอกนะ มินเธอก็ไปสิฉันไปยืนรอก็ได้....”
“ ง่ะ...อะไรเธอก็ไม่เอา แต่วันเสาร์ฉันจะไปนอนกับเธอนะ เพราะวันอาทิตย์ฉันจะตื่นไปต่อแถวเอาลายเซ็นน้องๆเขา แต่เธองเองก็เถอะ ต้องไปฉันบังคับแล้ววันศุกร์ฉันจะลงทุนซื้อ ซีดีเพลงน้องเผื่อ เพื่อเธอเลยนะเอ ...อย่าปฏิเสธฉันนะ ขอร้องล่ะ “
ชลันธรเอื่อมมือบางมาบีบมือเอเชียเบาๆก่อนจะยิ้มหวานๆทำให้หญิงสาวนัตตาโตต้องยอมรับปากแต่โดยดี เอเชียหันไปลอบหายใจเบาๆ คราวนี้ยัยเพื่อนตัวดีเอาจริง เพราะงานครั้งที่แล้วเธอเบี้ยวมาเกือบทุกครั้ง ชลันธรหัวเราะเสียงใสชอบใจที่สามารถกล่อมเพื่อนตัวดีที่ไม่เคยหลงในมายาแห่งเกาหลีเลย......
.
.
Korean ..
ห้องซ้อมของค่าย YG. ที่ดูยังไงก็กระทัดรัดไม่กว้างมากหรือแคบจนเกินไป เด็กหนุ่มทั้ง 5 คนกำลังเต้นท่วงท่าที่คล้ายกัน เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วห้องเล็กนั้น เพลงใหม่ที่กำลังโปรโมทอย่าง Last Farewell กำลังถูกเปิดเป็นรอบที่ 5 ของวันนี้แล้ว เด็กหนุ่มน้องเล็กของวงเดินไปทรุดตัวนั่งที่เกาอี้หน้ากระจกคนแรกเมื่อเสียงเพลงจบลง มือเรียวบางปาดเหงื่อนอย่างรวดเร็วก่อนจะคว้าน้ำมาดื่มให้สดชื่น แต่ไม่ทันที่จะกรอกน้ำลงปากก็มีมือดีมาจับขวดน้ำไว้ มือเรียวกำขวดน้ำแน่นก่อนจะเหล่ตามองผู้ที่เป็นพี่ใหญ่ของวงยืนจังก้าอยู่ข้างหน้าเขา
“ เอ๊ะ ! พี่ท๊อป...น้ำผมนะ “ ซึงริโวยเบาๆก่อนจะจับขวดน้ำแน่นกว่าเดิม จนทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วหนาขึ้น ตาคมจัดเหล่มองน้องเล็กอย่างล้อเลียน
“ น่าๆ ซึงริ....พี่ขอกินก่อนได้มั้ย ~ “ เสียงทุ้มใหญ่พูดขึ้นมาเบาๆก่อนจะทำการกระชากขวดน้ำในมือของเด็กผู้ชายตรงหน้า
“ อ่า....นายแกล้งน้องอีกแล้วนะ “ เสียงตบไหล่เบาๆดังขึ้นตรงที่ไหล่กว้างของหนุ่มร่างหนาคิ้วถาก
“ 555+ จียง นายอย่ามากล่าวหาฉันนะ ....เอ๊า ซึงรินี่ขนมแลกกะน้ำเมื่อกี้ “ มือหนายื่นห่อขนมสีบลอนสวยให้กับน้องเล็กที่นั่งทำหน้าเก้ออยู่ มือเรียวยื่นไปรับห่อขนมนั้นมา ตาเล็กหรุบมองไปยังห่อที่ค่อนข้างน่าสงสัย ปกติแล้ว ท๊อปพี่ใหญ่ของวง ไม่ค่อยจะแบ่งขนมให้ใครง่ายๆหรอก .......
เสียงแกะห่อขนมดังขึ้นมาแต่ข้างในกลับกลายเป็นถุงว่างเปล่าที่มีแต่..................กลิ่นเหม็นเน่า คล้ายๆ.........ตดแทน น้องเล็กถึงกับทำหน้าหยี่โยนห่อสีบลอนไปให้ไกลที่สุด ตอนนี้น้องเล็กได้แต่วิ่งลนลานออกจากห้องไป ตามด้วย จียง แดซองและยองเบ ส่วนท๊อปนั้นรีบออกจากห้องซ้อมตั้งแต่ที่น้องเล็กอย่างซึงริตัดสินใจเปิดห่อสีบลอนนั้น......
(( แหวะ!! อิเทม แกเล่นอะไรฟร่ะ - -* ))
ปัง !! ประตูห้องพักหรูถูกปิดด้วยมือหนาของเด็กหนุ่มตาสระอิ ....แดซองรีบก้าวมานั่งลงตรงโซฟาของห้องโถงใหญ่ คว้าหมอนข้างกายมากอดแล้วพับหัวลงไปอย่างเงียบก่อนจะรู้สึกว่าจะมีใครอีกคนมาทรุดตัวน่งลงข้างๆ ตาหยี่เล็กเหล่มองร่างสูงหนาที่นั่งทำหน้าเบื่อหน่าย
“ เป็นอะไรไปละ ? พี่เหนื่อยหรอ ? “ เสียงเด็กหนุ่มถามอู้อี้ในลำคอ จนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างคลางเสียงครางตอบ ร่างสูงหนาเอนตัวไปพิงเบาะอย่างเต็มหลัง วันนี้เขาต้องจัดกระเป๋าเพื่อเดินทางไปเมืองไทย ประเทศที่เขาไม่เคยเหยียบมาก่อนในชีวิต แต่รุ่นพี่ในค่ายอย่าง เซเว่น รับประกันมาแล้วว่า “ ไปเมืองไทยแล้วไม่ผิดหวัง อาหารอร่อย นวนแผนไทยที่ยอดเยี่ยม และเหล่าแฟนคลับที่ไม่เคยท้อ ” ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจเมื่อนึกถึงคำพูดนี้ บางครั้งเขาอาจจะเจอคนถูกใจก็เป็นได้ ตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้มีใครหรือคบใคร อย่างจริงจัง ส่วนมากก็มีแต่ผู้หญิงที่มาเสนอการคบกับเขา แต่ก็ไปไม่รอดทุกราย ทุกคนในวงให้เหตุผลที่ว่า “ เพราะพี่เป็นคุณชายไง ใครๆก็ทนพี่ไม่ได้หรอก นอกจากจะเจอผู้หญิงที่ทำทุกอย่างแบบ ซึงริ (( น้องเล็กของวงที่น่าสงสาร )) ” ตาคมค่อยๆมองไปรอบๆห้องที่เขาและแดซองนั่งอยู่ ส่วนอีก 3 คนนั้นกำลังขึ้นมาพวกเขาต้องไปซื้ออาหารสำเร็จกับพี่ที่ดูแลวง ชายหนุ่มคิ้วถากเลยต้องกลับมานั่งรอกับเด็กหนุ่มตาสระอิในห้องแค่ 2 คน
“ นี่ๆ แดซอง.....นายว่า เมืองไทยสวยมั้ย ? “ เสียงทุ่มใหญ่เอ่ยขึ้นจึงทำให้เด็กหนุ่มรุ่นน้องเบนสายตาหันมามองผู้เป็นพี่ที่นั่งเอาหัวพาดกับเบาะนุ่มอยู่ ตาคมจัดปิดสนิทแต่ปากที่สวยราวกระจับยังคงทำงาน
“ อืมม ผมว่าคงสวยมั่งพี่.....เท่าที่ฟังๆคนอื่นพูดมานะ ทำไมหรอ ? พี่อยากเจอรักแท้ในต่างแดนรึไง คริๆ เขาว่าสาวไทยหน่ะ สวยนะพี่ท๊อป “ ตาเล็กหรี่ตามองร่างหนาที่นั่งนิ่งคล้ายหลับพยักหน้าหยิกๆ ก่อนจะเปิดตาคมมามองหนุ่มรุ่นน้อง ปากสวยยกยิ้มอย่างได้รูปก่อนจะเอนตัวมาข้างหน้า
“ เจอก็ดีสิ...สาวไทยก็สเป็กฉันนะ แต่อย่างว่าแหละตอนที่ไปญี่ปุ่นนะ ไม่โดนสักคนเลย....เอางี้นายมาพนันกับฉันมั้ย ? “ เสียงใหญ่พูดเบาๆก่อนจะหันมามองหน้าหนุ่มน้อยตาสระอิ
“ พนัน ?? พนันอะไรพี่....ถ้าพี่พบเนื้อคู่หรอ ? ผมว่าพี่เจอนะ “
“ เอ่ออสิ....ถ้าฉันพบฉันจะให้โดราเอมอนนายที่สั่งตรงมาจากญี่ปุ่นเลย เอาแบบครบเครื่องเลยละกัน แต่ฉันคิดว่า ฉันจะไม่พบนะสิ หายากอยู่นะไอเนื้อคู่เนื้อขี้เนี๊ยะ ~ แล้วอีกอย่างฉันไม่เชื่อในพรมลิขิตด้วย “ ขายหนุ่มหัวเกรียนคิ้วถากหัวเราะร่วนก่อนจะเอาไหล่หนากระแทรกเด็กหนุ่มรุ่นน้องเบาๆ
“ ผมว่านะ.......พี่เจอแน่ๆ แต่ถ้าพี่ไม่เจอนะผมจะให้เช็กเงินสดละกัน แล้วพี่อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาเอง ตกลงมั้ย? พี่ท๊อป “ เด็กหนุ่มยื่นข้อเสนออย่างเรียบง่าย จนทำให้เจ้าของร่างหนายิ้มกว้างจนตาเกือบหยี่ พยักหน้ารั่วๆอย่างพึงพอใจ เสียงประตูห้องถูกเปิดและปิดลงภายในไม่ช้า ทั้ง2คนที่นั่งอมยิ้มต้องหันหลังกลับไปมองผู้คนที่เดินเข้ามา แดซองดีดตัวขึ้นทันทีที่เห็นจียงถือถุงมาเต็ม 2 มือ เด็กหนุ่มตาสะอิคว้าถุงในมือของจียงเกือบหมด ทำให้ร่างสูงผอมที่มัดจุกถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆพี่ใหญ่อย่างท๊อปที่ทำเนียนแกล้งหลับไปต่อหน้าต่อตา จียงหัวเราะในลำคอก่อนจะใช้ขาที่ค่อนข้างยาวพาดไปที่ลำตัวของชายหนุ่มร่างหนา
ยองเบซึ่งยืนพิงอยู่ที่ริมประตูครัวมองอย่างอารมณ์ดี พี่ใหญ่ของวงเป็นคุณชายประจำบ้านไปแล้ว ไม่มีใครกล้าใช้เขาหรอก ถึงใช้ยังไงให้ตายเขาก็ไม่ทำ จียงก็เช่นกันรายนั้นทำทั้งทำทุกอย่างตั้งแต่หัวหน้าวงยันผู้ดูแลบ้านคอยเก็บทุกอย่างที่รกให้เข้าที่แต่คนที่ทำงานบ้านหนักที่สุดไม่พ้นน้องเล็กของวง ซึงริ คอยตามเก็บทุกอย่างหลังจียงเก็บไปแล้วครั้งหนึ่งและยังคอยเป็น เบ๊ให้พวกพี่ๆจิกใช้พอสมควร จึงไม่แปลกนักที่พี่ๆในวงทุกคนรักซึงริยิ่งกว่าไข่ในหิน.....
กลางคืนที่เหน็บหนาวของกรุงโซล เด็กหนุ่มทั้ง 5 คนกำลังงวนอยู่กับเสื้อผ้าที่กองอยู่บนเตียง ทุกคนต้องจัดเสื้อผ้าให้เสร็จภายในคืนนี้ เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องเข้าบริษัทก่อนจะไปสนามบิน....ชายหนุ่มหัวเกรียนคิ้วถากลากตัวเองมาในห้องนอนของ ยองเบและแดซอง เขาเป็นคนจัดกระเป๋าเสร็จก่อนเพื่อน และรับประกันได้ว่า ถ้าเปิดกระเป๋าออกมาจะเจอสิ่งที่ไม่คาดฝัน แต่ถ้าคิดจะปิดกระเป๋าเหมือนเดิมนั้นก็อย่าหวังเพราะเสื้อผ้าทั้งหมดไม่ได้พับอย่างเป็นระเบียบ เจ้าของกระเป๋าทำได้แค่ยัดเสื้อผ้าที่ดึงออกมาจากไม้แขวนเสื้อแล้วโกยลงกระเป๋าเดินทางเท่านั้นเอง...ถ้าคิดจะใส่มีแต่พี่เลี้ยงประจำวงเท่านั้นที่จะรื้อเสื้อผ้าเหล่านั้นมารีดและพับให้ใหม่
“ พี่ท๊อป...พี่จัดเสร็จแล้วหรอ ?? “ เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองตามร่างหนาที่มาทรุดตัวนั่งข้างๆบนเตียงนุ่ม
“ หืมมม เสร็จแล้วแต่.......กะจะไปเรียกไอตัวเล็กมาจัดให้ใหม่นะสิ “ เสียงใหณ่พูดเบาๆก่อนจะทิ้งตัวลงนอน
“ ใช้น้องอีกแล้ว...พี่ท๊อป ผมว่าชาตินี้พี่ต้องหาแฟนไม่ได้แน่ๆ ใครจะยอมเป็นเบ๊พี่ไปตลอดชีวิตเนี๊ยะ “ ยองเบพูดเสียงนิ่มก่อนจะรวบกางเกงบ๊อกเซอร์มาพับลงกระเป๋า
“ ........ ไม่รู้สิหว่ะ ถ้ามีนะ เธอคงเป็น ซึงริคนที่ 2 มั่ง ยอมทำทุกอย่างที่ฉันสั่งแต่ก็นะ ถ้าทนไม่ได้ก็เลิกกันอย่างคนก่อนๆ ฉันไม่สนหรอกเพราะส่วนมาก ผู้หญิงที่มาขอคบฉันก็คบในฐานนะที่ฉันเป็น ท๊อปหรือเทมโป แห่ง บิ๊กแบง ไม่ใช่ ชเว ซึงฮยอน ชายหนุ่มที่มีแต่เสียงเพลงและ Beat Box ผู้ชายที่ธรรมดาแต่หล่อเหล่าเอาการ...” ทั้งยองเบและแดซองต่างชะงักมือทันทีที่ได้ยินประโยคหลัง พร้อมเหล่ตามองชายหนุ่มที่นอนทำหน้านิ่งอยู่ข้างหลัง......ชายหนุ่มลดเสียงลงต่ำเพราะเรื่องนี้เป็นที่รู้ๆกันอยู่ ท๊อปมักเจอความรักที่ไม่สมหวังเขาไม่ค่อยถูกโรคกับผู้หญิงมากมายนัก ใครๆก็จ้องจะจับเขาก็อย่างว่าหล่ะเขาเป็นถึง สมาชิกวงแร็ปชื่อดังของเกาหลี จะมีหรอ ? ที่ผู้หญิงจะไม่สนใจเขานอกจากเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักเขาจริงๆ ชายหนุ่มถอนหายใจยืดยาวก่อนจะลุกขึ้นนั่งเหล่ตามองน้องชายที่ห่างกว่า 2 ปี
“ ...แดซอง นายอย่าลืมนะเรื่องพนันอะ....แล้วอีกอย่างมีข้อแม้ 1 ข้อ “ ท๊อปพูดเสียงขรึมก่อนจะนิ่งเงียบไปครู่เพื่อรอฟังคำตอบของแดซอง
“ เอ๊ะๆ พี่ท๊อปข้อแม้อะไรกัน ?? “ เด็กหนุ่มตาสระอิหันควับทันทีที่ท๊อปยื่นของแม้ในการพนันครั้งนี้
“ ก็.....ก็ข้อแม้ที่ว่า ถ้าฉันเจอผู้หญิงคนที่นายคิดว่าฉันต้องเจอ เธอต้องไม่รู้จักว่าฉันเป็นใคร ทำอะไร ?? เข้าใจมั้ย ! แดซอง ฉันอยากเจอผู้หญิงที่ไม่รู้จักฉันในฐานนะ ท๊อป แห่ง บิ๊กแบง แต่อยากให้เธอรู้จักฉันในฐานนะ ชเว ซึงฮยอน ผู้ชายเกาหลีที่แสนจะธรรมดา....ตกลงนะ “ เสียงค้านเบาๆของแดซองไม่เป็นผลที่จะหยุดร่างหนานั้นได้ ชายหน่มคิ้วถากหน้าเข้มเดินออกไปจากห้องแล้ว พร้องเสียงบ่นตามหลังมา
“ โอ๊ยยย พี่ท๊อปยังงี้ผมก็แพ้พี่สิ !! จะมีหรอ ? ผู้หญิงที่ไม่รู้เลยว่าพวกเราเป็นใคร พี่เป็นใคร ?? งื่อๆ ..” แดซองบ่นงึมง่ำ จนยองเบต้องไถ่ถามเป็นการใหญ่ว่า2คนนี้กำลังเล่นอะไรกันอยู่ ...เสียงพูดคุยกึ่งเสียงบ่นของแดซองดังมาเป็นระยะๆจนท๊อปหัวเราะร่วนมาจากห้องโถงใหญ่ อันที่จริงก็คงจะมีหรอกผู้หญิงที่ไม่สนใจนักร้องอย่างพวกเขา ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปห้องนอนของจียงและน้องเล็ก.....จุดหมายของเขานั้น คือ ซึงริ เขาต้องให้น้องมาจัดกระเป๋าให้เขาใหม่......
ชเว ซึงฮยอน ผู้ชายที่แสนจะธรรมดางั้นหรอ ???? เขามีตำแหน่งหลักในวงคือ คุณชายเชียวนะ....ผู้หญิงที่ไหนจะทนกับเขาเอีกหละ ชายหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะเปิดประตูห้องนอนที่เป็นจุดหมาย ซึงริ ที่รักของพี่ๆในวง........
.
.
TBC ...
.
.
หุหุหุ เป็นยังไงบ้างตอนแรก .. อิเทมของเราใช่ได้ไหม ?? ก๊ากกกกก
ต้องรออ่านตอนที่ 2 นะคะ จะลงอีกไม่กี่วันนี้หรอกนะ ^^ เพราะแต่งจบไปแล้ว 3 ตอน
ใครที่เข้ามาอ่าน เราอยากอ่านคอมเม้ม มากเลย ยังไงก็ช่วยๆกันคอมเม้นหน่อยนะคะเพื่อกำลังใจ ..
ขอบคุณล่วงหน้าน๊า ^____________^
( ถ้าตกลงคำไหนหรือพิมพ์ผิดยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ^______^ )
edit @ 11 Jan 2008 19:17:35 by pockkybox
edit @ 11 Jan 2008 19:18:51 by pockkybox
edit @ 11 Jan 2008 19:31:23 by pockkybox
edit @ 15 Jan 2008 16:57:03 by funny_box
edit @ 15 Jan 2008 16:59:31 by funny_box
edit @ 15 Jan 2008 19:37:47 by funny_box
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ถูกใจค่ะเรื่องนี้
นางเอกเป็นกระเป๋ารถเมล์ ก๊ากกกกกกกกกก
น่ารักอ่ะ คิดไงเจ๋งมากเลยค่า (^^)b
แล้วที่ว่าเพื่อนว่ากินเด็กอ่ะ
ระวังจะกลายเป็น..."ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนะคะ" ฮ่าๆๆๆๆ
เทมป์เอ้ยยย เป็นนักร้องก็ต้องทำใจละนะ แต่ชั้นภาวนาให้เทมป์ได้แฟนที่ต่างจากน้องริสุดขั้วนะ
ใช้น้องรเยี่ยงทาสแบบนี้...ขอให้กรรมสนองย่ะ สาธุ -*-
จัดกระเป๋า...ก็ยัดเอา แถมใช้น้อง
เมื่อยก็ใช้น้องแดนวด -*-
(แต่เค้าแอบกรี๊ดประโยคนี้อ่ะ
ชายหนุ่มร่างสูงหนาหัวเกรียนคิ้วถาก นอนครางเสียงใหญ่อยู่บนเตียงนุ่ม >>>>>นอนครางงงงง จิ้นไปแล้วววววว //เลือดพุ่ง *0*)
แอบถูกใจประโยคที่เพื่อนมินพูดด้วยอ้ะ
“ยังไงหญ้าอ่อนก็เคี้ยวง่ายกว่าหญ้าแก่ ....อีกนัยหนึ่ง เด็กๆมักหลอกง่าย “ >>>>> ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบ >_____<
แต่เทมป์มันเลวได้อีกนะคะคุณ ที่เอาถุงตดไปแกล้งน้องริอ้ะ
ขอให้โดนกรรมสนองนะคะเทมป์ ชริๆ -*-
ตอนนี้ทั้งตอนน้องริโดนใช้ตลอดเหอะค่ะ
โอววว......ชะตาน้องริ นางทาสชัดๆ T^T
อยากอ่านตอนต่อไปแล้วเหอะค่ะ อยากรู้ว่าจะเจอน้องเอได้งัย หุหุ
แต่ตอนนี้ที่รู้แน่ๆคือ เทมป์เอ้ยยย งานนี้เทมป์ได้เสียค่าโดเรมอนชุดใหญ่แน่ๆ กั่กๆๆๆๆ
ป.ล.น้องแดคะ ไถมันให้หมดตัวเลยนะคะ ฮ่าๆๆๆๆ
#1 By Kukkib on 2008-01-15 20:33